ไว้กลับมา's profileWE"Re GOiNG "BaCkIIBaSIc...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
June 11 สุขสันต์วันเกิดวันนี้คือวันเกิดครบรอบ 21 ปีของเรา
ไวเหมือนโกหกจริงๆเลย แปปเดียวผ่านไปอีกหนึ่งปีแล้ว เรื่องราวต่างๆมันผ่านเราไปอย่างเร็วเหมือนติดปีก ภาพความทรงจำบางทีมันก็เลือนลาง จนกระทั่งตอนนี้ เรายังคิดไม่ออกเลยว่า อีกหนึ่งปีที่เพิ่งผ่านไปของเรา มันมีอะไรพิเศษน่าจดจำบ้าง หลายอย่างเกิดขึ้นกับเราบ่อยจนกระทั่งมันไม่ดูน่าตื่นเต้นอีกต่อไป
เป็นเรื่องราวธรรมดาๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตธรรมดาๆของเรา ชีวิตเราไม่ได้ก้าวไปไหนไกล แต่เราก็ไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึก "เป็นผู้ใหญ่" มันเริ่มก่อตัวขึ้นในตัวเราบ้างหรือยังก็ไม่รู้ แต่ที่เรารู้ ความรู้สึกเป็นเด็ก มันเหมือนจะยังอยู่กับเราตลอดเวลาเลย เอาล่ะ มาจนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังคงรู้สึกแบบเดิมกับชีวิตเรา
ความดีใจและอิ่มเอิบใจก็ยังรู้สึกได้อยู่เหมือนเดิม และมันจะเป็นไปอย่างนี้ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องขอบคุณฟ้าอีกต่อไป เพราะเราคิดว่าคนข้างบนคงรู้อยู่แล้วตลอดเวลา ว่าเราซาบซึ้งเพียงใดที่ท่านมอบทุกอย่างมาให้เราในชีวิตนี้ จริงอยู่บางทีเราก็ดูเหมือนจะทำอะไรโง่ๆลงไปหลายครั้ง
ตัดสินใจอะไรผิดๆ คิดอะไรที่ไม่ควรคิดก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำ หลายครั้งทีเดียวที่เราก่นด่าตัวเองกับการตัดสินใจที่ส่งผลร้ายกาจกลับมาให้ แต่เราขอบอกด้วยความสัตย์จริงไว้ ณ ตรงนี้ ว่าเราไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย ถ้าจะให้แก้ไขอะไรก็จะไม่ขอแก้ เราถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันสวยงามที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ความผิดพลาดในอดีต และยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องสนใจเรื่องในอนาคตให้มันมากนัก ที่สำคัญคือปัจจุบันต่างหากล่ะ ทุกวันนี้ก็มีความสุขตามอัตถภาพ หรูหราตามมีตามเกิดบ้างเล็กน้อยพอที่จะถูไถไปได้ '-'
ชีวิตกลางๆของเรามันช่างน่าอภิรมย์ มันช่างมีสีสัน มันช่างน่าสนใจ เราดีใจที่เรามีอะไรเยอะแยะในสมองให้คิดถึง เราดีใจที่เรามีเรื่องราวมากมายให้เล่าแล้วยิ้มกับตัวเอง แม้มันจะไม่ใช่เรื่องที่ดีไปซะหมดก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ไม่สำคัญหรอกว่ามัน"คือ"อะไร ที่สำคัญคือมัน"ให้"อะไรกับเรามากกว่า เราไม่เคยอยากให้ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับคิดว่าเดินเหยียบหนามบ้างมันก็ดี เพียงเราเรียนรู้ที่จะรับมือกับมัน เหยียบหนามยังไงไม่ให้เจ็บ เหยียบยังให้ให้เจ็บตัวน้อยที่สุด แล้วเมื่อมองกลับไปยังทางที่เราเดินมา หนามพวกนี้ล่ะคือถ้วยเชิดชูความเป็นคนของเรา ดูดีกว่ากองกลีบกุหลาบเฉาๆที่โดนเหยียบแบบผ่านไปง่ายๆซะอีก หนึ่งปีที่ผ่านไป แม้จะเลือนลาง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรให้จดจำ
หน้ากระดาษที่หมึกเลอะเลือน ใช่ว่ามันจะเป็นหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าซะหน่อย แน่นอนล่ะว่าเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเยอะเลย ประสบการณ์หลากหลายราคาเราก็ซื้อมาด้วยตัวเอง ถูกบ้างแพงบ้าง แต่เราก็ยังเก็บเอาไว้ทุกชิ้น มีค่าทุกครั้งแม้เพียงแค่คิดถึง บอกตรงๆไม่รู้หรอกว่าไอ้การ "เป็นผู้ใหญ่"นี่มันเป็นยังไง ไม่รู้เมื่อไหร่จะเข้าใจและเป็นได้สักที อายุที่เพิ่มขึ้นคงไม่ใช่ปัจจัยที่จะเพิ่มความเป็นผู้ใหญ่ให้เราแน่ๆ ยังไงก็ต้องเรียนต้องรู้อีกเยอะ ไม่เห็นจำเป็นต้องอยากเป็นผู้ใหญ่เลย เป็นเด็กแบบนี้ต่อไปดีจะตาย ขอแค่รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็คงเพียงพอ จะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่มันคงจะเป็นประเด็นเล็กจิ๋วไปแล้วล่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ
พ่อครับ แม่ครับ ขอบคุณสำหรับชีวิตของเก้ อะไรที่ทำให้พ่อแม่เสียใจเก้ถือเป็นบาปอย่างที่สุด ญาติๆที่รัก ขอบคุณกับการมอบความไว้ใจให้เก้เป็น "สมภักดี" อย่างเต็มตัว เพื่อนๆทุกคน ชีวิตเราจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้นะ ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่ทำไมเราพบกันได้ โลกของเราไม่เคยเงียบเหงาเลยทุกวินาทีที่มีพวกแก จากคนเก็บตัวเงียบ หยิ่ง ไม่คุยกับใคร จนทุกวันนี้ที่มีใครที่ไว้ใจ พึ่งพาได้ เปิดใจคุยด้วยได้ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้ว อย่าพยายามเอาอะไรมาแลกเลย เราหวังว่าพวกแกคงรู้นะว่าพวกแกเป็นใคร อย่าทิ้งเราไปไหนนะเว้ย และสำหรับทุกๆคนที่ผ่านมาในชีวิต ไม่ว่าตอนนี้จะยังเห็นกันอยู่ หรือไม่ได้เห็นกันแล้ว
ขอบคุณที่มอบโอกาสให้เราได้เรียนรู้อะไรที่เราเคยคิดว่าเป็นแค่เรื่องของคนอื่น เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นกับเรา ขอบคุณความรู้สึกและช่วงเวลาดีๆที่มอบให้เรา แม้ทุกวันนี้เรายังคงคิดอยู่ว่าเรายังไม่เคยเจอ"มัน"จริงๆหรอก แต่แค่เกือบๆเฉียดๆแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ เราไม่รู้ว่าถ้าเอาเข้าจริงแล้วเราจะรับมือได้หรือเปล่า โดยเฉพาะคุณคนนั้น ขอบคุณมากๆนะครับ มันช่างดีจนไม่น่าเชื่อจริงๆ ดีแบบไม่กล้าคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมี แต่ทุกวันนี้มันจะจบไปตามทางของมันแล้ว แต่ยังไงก็ยังไม่เคยลืม ขอบคุณจริงๆ เรื่องนี้ของปีนี้ผมยกให้คุณไปเลย เอาล่ะ 21 ปีที่ผ่านไป และหวังว่าคงจะมีอีกปีต่อๆไปให้เราได้มองโลกนี้ แบบนี้ต่อไปนานๆ
ไม่เคยเสียใจ ไม่เคยเสียดาย และไม่เคยคิดว่าเสียเวลา ยังคงรอคอย ยังคงตามหา และจะยังพยายามต่อไป แล้วเจอกันใหม่วันนี้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้านะ ... อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนซะล่ะ ...
May 31 มีค่าเวลาเธอเหงาเพลง มีค่าเวลาเธอเหงา
ศิลปิน ปนัดดา เรืองวุฒิ
คำอธิบาย ตรงกับชีวิตจริงอย่างน่าใจหาย
ช้ำที่รู้ว่าฉันแค่ตัวสำรอง ได้ครองเธอแค่เพียงชั่วคืนเท่านั้น
เพราะสุดท้ายไม่ใช่คนเคียงคู่กัน ก็เธอกอดได้เพียงแค่เขาให้ยืม
ได้แต่มองที่มือถือรอเธอโทรหา ฉันได้แต่คอยเธอไม่มาก็แทบขาดใจ
ฉันคงมีค่า แค่เวลาที่เธอเหงา
เมื่อเธออยากรักก็ไปหาเขา พอเหงาก็มาหากัน
หวานอมขมกลืน ทนฝืนมันไปอย่างนั้น
เข้านอนด้วยกันแต่ว่าฉันตื่นมาเพียงคนเดียว
เสียงรอสายบอกฉันให้ทันรู้ตัว อย่ามัวเฝ้าแต่ฝันให้ใจมันเฟ้อ
รู้ก็รู้มีเขาที่เคียงข้างเธอ ไม่มาเจอเธอก็คงไม่เดือดร้อนใจ
ได้แต่มองที่มือถือรอเธอโทรหา ฉันได้แต่คอยเธอไม่มาก็แทบขาดใจ
ฉันคงมีค่า แค่เวลาที่เธอเหงา
เมื่อเธออยากรักก็ไปหาเขา พอเหงาก็มาหากัน
หวานอมขมกลืน ทนฝืนมันไปอย่างนั้น
เข้านอนด้วยกันแต่ว่าฉันตื่นมาเพียงคนเดียว May 24 เรื่องตลกวันนี้เราไปงานศพมา
ซึ่งความจริงก็ไม่เกี่ยวกับอะไรกับเรื่องข้างล่างที่จะเล่าหรอก เพียงแค่อยากจะบอกเฉยๆ หลายคนคงจะมีเวลาที่เหงาต่างๆกันไป
และหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองมาจะยี่สิบเอ็ดปีอยู่มะรอมมะร่อ เราก็ได้ข้อสรุปว่า เวลาเหงาของเราคือช่วงหัวค่ำ เหมือนกับตอนนี้ ตอนที่เรากำลังนั่งระบายคำพูดพวกนี้นี่ล่ะ ชีวิตเรานี่มันช่างตลกอะไรอย่างนี้นะ
แต่ละวันทำไมอารมณ์เรามันวิ่งไปวิ่งมาไม่เหมือนกันซะที เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตอนนี้คิดได้แบบนั้น อีกไม่นานก็มีความคิดอีกแบบมาแย้ง ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องเดียวกันแท้ๆ เราพูดได้ในระดับหนึ่งว่าชีวิตเราแทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย
ถ้าเราไม่เป็นคนวิ่งไปหาปัญหามาใส่ตัวซะเอง เรามานั่งคิดๆไป ทุกอย่างที่ทำให้เราหนักใจมันมาจากการแสวงหาของเราทั้งนั้น ปัญหามันไม่เคยมาหาเราสักที มีแต่เราไปเชื้อไปเชิญมันมาอยู่ด้วยต่างหาก อย่างเช่น อะไรดีล่ะ
เรารู้ว่าคงไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่านเท่าไหร่ งั้นเขียนให้มันหมดๆไปเลยดีกว่า อย่างเช่นเรื่องพื้นๆอย่างโทรศัพท์ ที่ทยานอยากไปใช้แบบรายเดือน ตอนนี้บิลล์สองพันกว่ายังหาทางเคลียร์ลำบาก ทั้งๆที่ตอนแรกแบบเติมเงินก็แสนดีอยู่แล้ว หรือเรื่องยุ่งยากซับซ้อนอย่างอะไรก็ตามที่เขาเรียกมัน ความรักรึอะไรนี่ล่ะ
เราก็ไม่เคยได้เจอมันหรอก ถ้าเราไปออกไปหว่านแหหาเอามันมาจนได้ และเราขอยอมรับแต่โดยดีตรงนี้เลยว่า เรายังไม่เคยรู้จักมันจริงๆจังๆซะทีเลย แม้คนจะมีหลายคนที่รู้จักเราดี ดีพอที่เราจะบอกไปว่าเราคบกับใคร หรือเจออะไรอยู่บ้าง คนเหล่านั้นก็คงจะสรุปกลายๆว่า เรามีประสบการณ์เรื่อรักๆใคร่ๆที่แย่มากๆ ทุกครั้งมันจะต้องจบลงด้วยการที่เราโดนทิ้ง ด้วยสาเหตุมากมาย แต่เราก็รู้ทุกข้อ ไม่รู้สิ เราไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง
สองครั้ง (จริงๆจังๆ) ที่ผ่านมา ลงเอยด้วยการที่เราถูกทิ้ง เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรผิดตรงไหน และเดี๋ยวก่อน ตอนนี้เราไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ตัดเพ้อโกรธใครหรืออะไร แต่เรากำลังพูดด้วยอารมณ์เหงาใจนะ เราทำทุกสิ่งที่เราคิดว่าคนๆหนึ่งควรจะทำเพื่อคนที่เขารัก หลายครั้งที่ผลตอบรับน่าอัศจรรย์ใจ แบบที่ชาตินี้ไม่กล้าแม้แต่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับชีวิตน้อยๆของเรา แต่ทุกครั้ง เรื่องประหลาดใจเปี่ยมสุขนี้มักจะมาช่วงเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนั้นสิ แม้ว่าเราจะยังเป็นแบบเดิม ทำด้วยความคิดพื้นฐานเดิม คือทำทุกอย่างที่คนๆหนึ่งควรจะทำให้คนที่เขารัก แต่ทำไมนะ ผลที่กลับมามันถึงไม่เหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกอยากจะขอบคุณฟ้าอีกต่อไป ไม่มีความรู้สึกอยากตบหน้าตัวเองให้ตื่นอีกแล้ว ที่ได้กลับมาเป็นความละลายใจ ความขัดเขิน ความรู้สึกเกรงใจ จากที่รู้สึกว่าทำแบบนี้เขาคงจะดีใจ กลายเป็นว่าทำแบบนี้มันจะไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเขารึเปล่า สุดท้าย ที่แย่ที่สุดก็คือ เรายังไม่เคยได้บอกเลิกใครสักที ทุกครั้งลงเอยที่เรา เป็นเรานี่ล่ะที่ต้องฟังคำพูดว่า "ห่างๆกันไปก็ดีนะ" ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เลยนะเราว่า กับการที่คนๆหนึ่งทำทุกอย่างที่ควรจะทำให้คนที่เขารัก แต่สุดท้ายเขากลับต้องนั่งมองหน้าตัวเองในกระจก พร้อมคำถามน่ารำคาญว่า "ตกลงเราทำอะไรผิด เรามันไม่ดีตรงไหน เราแย่ขนาดนั้นเลยหรอ" แล้วเหมือนกรรมจะชอบเราเป็นพิเศษ รักหนักหนาไม่อยากจากไปไหน
มันมอบความอ่อนแออย่างที่สุดให้กับเรา นั่นก็คือให้เราไม่สามารถตัดใครออกไปได้เลย แม้เรารู้ดีว่าสิ่งที่เราทำตอนนี้ มันไม่มีสิทธิ์แบบนั้นอีกแล้ว แต่ทำไมนะ เราเอาความกล้าแบบหน้าด้านอย่างนั้นมาจากไหน ถึงได้ไปตามง้อตามดู พร้อมความหวังลมๆแล้งๆน่าสมเพศ ความกล้าที่จะตัดใจมันไปไหน อีกอย่างที่แย่มาก นั่นก็คือความกล้าหน่าด้านนี่ล่ะ ที่ทำให้เราเหมือนเป็นคนไร้ค่า ตามตื้อเขาอยู่ได้ ทำตัวเหมือนของตาย ยังไงๆก็ยอมให้ แปลกใจรึเปล่าที่ทุกวันนี้ ถ้ามาดูโทรศัพท์ก็ยังจะพบร่องรอการโทรไปหาคนๆนั้นอยู่เหมือนเดิม ทั้งๆที่ควรจะเพลาๆลงไปได้แล้ว มันไม่มีสิทธิ์แบบนั้นแล้ว เที่ยงคืนครึ่งเนี่ยะนะ แบบนี้จะไม่ให้รู้สึกแย่กับตัวเองหลายๆทีได้ยังไง มีประโยคที่เราชอบมากอยู่ประโยคหนึ่ง
"เวลารักใครแล้วโดยทำให้เจ็บ ก็จะโกรธและโมโหคนๆนั้นแบบเอาเป็นเอาตายตัวคนเดียว (สังเกตคำว่า "ตัวคนเดียว") พร้อมกับตั้งใจว่าจะจบ จะเคลียร์ จะแสดงให้เห็นวาเราก็ไม่ได้ง้อ แต่พอเห็นหน้าเขา หรือบางกรณีแค่ได้ยินเสียง แค่เขากลับมาทำดีด้วยหน่อย ความเลวร้ายทุกอย่างในอดีตก็ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดขึ้นเลย เราคิดตลอดมาว่าคนที่คิดอย่างนี้คือคนอ่อนแอ คนที่ไม่มองเห็นค่าตัวเอง คนที่ยอมอยู่ใต้คนอื่น แต่หารู้ไม่ว่า ไอ้ที่พูดไปน่ะเข้าตัวทุกอย่างเลย ไม่ผิดแม้แต่ประเด็นเดียว นี่ล่ะ ทำให้ยังไงๆ เราก็ยังไม่เคยรู้จักความรักสักที
แต่เอ๊ะ หรือนี่จะเป็นข้อสรุปของคำว่า อกหักดีกว่ารักไม่เป็น นี่เรารักเป็นแล้วหรอ รักเป็นถึงขนาดอกหักได้เลยนะเนี่ยะ โอ๊ย คิดไปก็ปวดหัว พาลจะเกิดความคิดโง่ๆขึ้นมาว่ารู้งี้ไม่เจอกันตั้งแต่แรกยังจะดีซะกว่า ขอจบด้วยการด่าตัวเองที่คิดได้แบบนั้นทีนึงว่า "ไอ้บ้า ถ้ามันรู้แต่แรกแกก็ไม่ต้องมานั่งเขียนอะไรงี่เง่าๆแบบนี้หรอก
ก็รู้ว่ายังไงมันก็เจอ มันก็เกิดขึ้นแล้ว แทนที่จะมานั่งบ่น เอาเวลาไปหาพลังงานให้ตัวเองดีกว่า จะได้ลืมๆไปซะที" จบ
ปล. ด้วยความจริงใจอย่างที่สุด เราคิดว่าสักวัน มันก็จะต้องมีช่วงหัวค่ำ ที่แดดลมเป็นใจ ให้อารมร์เหงาแบบนี้ และข้อเขียนงี่เง่าๆแบบนี้ กลับมาหาเราอีกที่อยู่ดีละ คราวนี้จะโทษใครดีเนี่ยะ May 06 ในที่สุดหลังจากทุกอย่างที่ดูหลุมเครือ
อะไรๆที่ดูสับสน งงงวย
เราก็ได้คุยกันอย่างเป็นทางการซะที
ดีใจที่บทสนทนานี้เกิดขึ้น
รวดเร็วและฉับพลันเหมือนข่าวด่วน
แต่ก็เป็นที่เข้าใจดี
และง่ายต่อการปฏิบัติตาม
...แต่แสนยากที่จะทำใจ
เขารักแฟนเขา
เขาไม่อยากทำอะไรไปมากกว่านี้
เขาไม่อยากถลำลึกไปมากกว่านี้
เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอที่คนๆหนึ่งจะเข้าใจ
ความจริงเราไม่ต้องรอให้ใครมาบอกหรอก
ทุกอย่างมันก็เห็นๆกันอยู่
แต่การบอกตรงๆแบบนี้ก็ดีที่สุดในแง่ของความเข้าใจ
ตรงไปตรงมา
ต่อไปโลกของเราคงจะแคบลงหน่อย
ขอปิดใจทำความรู้จักตัวเองอีกสักหน่อย
ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปีที่สามของรั้วมหาวิทยาลัย
ที่ว่ายากนักหนา
เราไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไปแล้วล่ะ
ไม่มีอะไรให้คิดมากอีกต่อไป
เพราะฉะนั้น
กำลังใจที่ดีของเราคือสิ่งจำเป็น
สู้ต่อไปนะจีบัน
Keep holding on
And I know I'll make it through May 02 A New Day Has Comeคราวนี้เราหมายความอย่างนี้จริงๆ ลืมไอ้บล็อกไร้สาระข้างล่างนั้นไปได้แล้ว คราวนี้เราตื่นแล้วล่ะ ตาสว่างสักที หลังจากที่อะไรๆมันก็ดูแย่ไปซะหมด
สุดท้ายเราก็เลยมานั่งพิจารณาดูจริงๆซะทีว่า เรามีความสุขกับความสัมพันธ์นี้หรือเปล่า คำตอบคือใช่ เรามีความสุข แต่ดูเหมือนความสุขของเรามันเป็นไปบนความไม่เต็มใจของคนอื่น
ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ แม้บางคนจะคอยบอกเสมอว่า เขายังรู้สึกเหมือนเดิม แต่คนเราใกล้ชิดกัน รู้จักกันมาก็ไม่ใช่ว่าจะวันนี้เมื่อวาน อะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไป ทำไมเราจะไม่รู้ ทำไมเราจะสัมผัสไม่ได้ คำพูดที่เคยพูด เดี๋ยวนี้ไม่ได้พูด การกระทำที่เคยทำ เดี๋ยวนี้ไม่ทำ แถมความห่วงใยแบบเดิมๆที่เรามีให้ กลับกลายเป็นว่าเราไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเขา เราคิดเรื่องนี้มาได้พักใหญ่ๆแล้ว
ยังไงซะมันก็คงจะไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมได้หรอก การแสดงออกทุกอย่างมันฟ้อง ความสนใจเริ่มลดลง ความตื่นเต้นเริ่มไม่มี แล้วจะเอาอะไรมาบอกว่ายังเหมือนเดิมอีกล่ะ วันนี้เราได้เห็นกับตาเราแล้ว
เขากับแฟนเขา สมกับที่อยากเห็นมานาน สิ่งที่ได้กลับมาคือพลังอันน่าประหลาดและรอยยิ้มใหญ่โตที่เรามอบให้ตัวเอง เราไม่เคยมีความสุขแบบนี้มานานแล้ว มันเป็นพลังที่ทำให้เราแข็งแรงพอที่จะหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ ...ซึ่งคราวนี้เราหมายความอย่างที่พูด จากใจจริง เราดีใจที่เราไม่ต้องลบเบอร์เขาทิ้ง ดีใจที่ไม่ต้องลบความทรงจำทุกอย่างที่เคยมี
คราวนี้เรากลับคิดว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย เห็นเบอร์แล้วคิดถึง เจอรูปแล้วยิ้มให้ แค่นี้คงจะไม่เห็นเป็นไร มีความสุขไปวันๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ เมื่อวานก็ผ่านไป วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ ว่าแต่ทำไมต้องสนใจด้วยล่ะ
ปัจจุบันนี้เรามีความสุขก็เพียงพอแล้วล่ะ ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ขอโทษฟ้ากับคำพูดโง่ๆไร้สติของเรา เราจะจดจำไว้ในตำแหน่งของความอ่อนไหวในชีวิตเราละกัน ขอบคุณทุกๆอย่างที่เดินทางมาอย่างประจวบเหมาะ
ขอบคุณเพื่อนรัก (You know who you are) ขอบคุณเดือนพฤษภาคม ขอบคุณหนังเรื่อง The Holiday และที่ลืมไม่ได้ ขอบคุณฟ้าที่ส่งความทรงจำแสนมีค่านี้มาให้ Can't wait to vacate my life from all this things. ยังคงรอโอกาสหน้าอยู่นะฟ้าจ๋า เอาให้หลาบจำไปเลยยิ่งดี เพราะตอนนี้ I still believe in whatever they called it, "true love" or something. I dare you to challenge me. April 30 ทำไม อะไรกันนักหนาทำไมฟ้าถึงใจร้ายได้ขนาดนี้
ชีวิตผมมันทำบาปทำกรรมอะไรมา
ทำไมไม่เคยมีความสุขกับเขาสักที
ฟ้าให้ผมมาทุกอย่าง
ครอบครัวที่มีความสุข ไม่ได้ลำบากยากแค้นอะไร
เพื่อนรอบกายก็ดีแสนดี สังคมสวยงาม
ขอบคุณเหลือเกินนะคับ
แต่ทำไมฟ้ากลับใจร้าย
มอบความสุขทางกาย แต่ไม่เคยให้ความสุขทางใจกับผมเลย
ทำไมไม่สงสารผมบ้าง
ทำไมผมต้องโดนแบบนี้
ผมรักเขาจะตาย ให้เขาไปทุกอย่าง
มั่นคงซื่อสัตย์ทุกอย่าง
แต่ทำไมความดีของผมมันไม่ได้รับการตอบแทนบ้างเลยคับ
ทุกอย่างที่ผมได้กลับมา
คือคนนั้นๆมีแฟนแล้ว
คือความไม่สนใจใยดี คือความหมางเมิน
วันนี้ผมโทรไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง
ว่ากินข้าวหรือยัง ซื้อข้าวไปให้
แต่คืนนี้เขากลับนัดคนอื่นมาหาที่ห้อง
ต่อหน้าต่อตาผมเลย
ฟ้าต้องการอะไรจากผมหรอคับ
ต้องการให้ผมจมอยู่กับกองเลือดเลยอย่างนั้นหรอ
ต้องการให้ผมทำยังไง ต้องให้ผมชดใช้ด้วยอะไรคับ
มีวิธีไหนบ้างรึป่าวที่ผมจะได้รับสิ่งตอบแทนซะที
มีทางไหนที่ผมจะไม่ต้องมาคิดวุ่นวายเรื่องแบบนี้
มีทางไหนไหมคับ ที่เขาจะรักผมจริงๆ
มีทางไหนบ้างไหมที่เขาจะเห็นค่าของผม
เห็นถึงคุณค่าของทุกๆสิ่งที่ผมทำให้เขา
ถ้าต้องการจะมาเอาชีวิตกันไปตอนนี้ก็เชิญเถอะคับ
ผมว่าผมเจ็บมากพอแล้วละกับชีวิตนี้
อะไรก็ไม่เจ็บเท่าการถูกมองข้ามหรอกคับ
อะไรก็ไม่แย่เท่ากับการทำอะไรให้คนอื่นแล้วเขามองไม่เห็นคุณค่า
ฟ้าให้ความกล้ามากับผม
กล้าที่จะรู้จักและเปิดใจให้กับเขา
แล้วทำไมถึงยังต้องให้ความอ่อนแออย่างร้ายกาจกับผมด้วย
ผมลืมเขาไม่ได้ ตัดใจจากเขาไม่ได้ ทำยังไงก็ไม่ได้
ความอ่อนแอนี้มันจะอยู่ไปนานแค่ไหนคับ
ถ้ามันจะอยู่ไปจนกว่าลมหายใจผมจะหมดไปแล้วล่ะก็
ผมก็ยินดีจะมอบลมหายใจสุดท้ายคืนให้กับฟ้าแล้วละคับ
|
|
|